ช่วงนี้แทบทุกคนเปิดเทอมกันแล้ว บางคนก็เข้าสู่รั้วมหาลัยครั้งแรก เป็นเฟรชชี่ใส ๆ บางคนก็กลายเป็นเด็กจบใหม่ในที่ทำงาน แน่นอนว่าเมื่อเราเติบโตขึ้นอีกขั้น ปัญหาและอุปสรรคก็ตามมาอีกเยอะ ยิ่งพอเจอคนที่หลากหลาย ก็ยิ่งเพิ่มความหงุดหงิดให้กับชีวิต เพื่อนคนนั้นทำอะไรก็ไม่ถูกใจ เพื่อนคนนี้ก็พูดจาไม่เข้าหู สารพัดนิสัยที่เราต้องเจอ ฯลฯ จนทำเราสะสมความทุกข์ไปทุกวัน..แต่จะทำอย่างไรดี จะแก้ปัญหา toxic เหล่านี้อย่างไร ในเมื่อเราไม่สามารถเปลี่ยนนิสัยคนรอบข้างได้

มาฝึกใจให้คิดบวกด้วยการ “จับดี” คนรอบข้างกันเถอะ !

“จับดี” คืออะไร ?

การจับดี (หรือในภาษาอังกฤษคือคำว่า Appreciation) คือการตระหนัก ระลึก ซาบซึ้งในการกระทำที่ดีของผู้อื่น ไม่ว่าจะทำให้เรา หรือทำให้คนรอบตัวเขาก็ตาม --ซึ่งตรงกันข้ามกับการ “จับผิด” ที่คอยจ้องแต่ว่าเขาทำอะไรไม่ดีหรือไม่ คอยซ้ำเติมสิ่งที่ผู้อื่นทำพลาด การจับผิดบ่อยครั้ง บางคนชอบจับผิดทุกเรื่อง-ทุกคน จนบางครั้งลืมมองความผิดตัวเอง การจับผิดจะทำให้กลายเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย ที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ โดยไม่รู้ตัว

ประโยชน์ของการ “จับดี”

การฝึกใจตัวเองมา “จับดี” คนรอบข้าง เป็นการฝึกให้มองเห็นข้อดีของผู้อื่น ทำให้เรามีความคิดดีมากขึ้น นำความดีของสิ่งรอบข้างมาแก้ไขปรับปรุงตัวเอง ดังคำกล่าว “การมองหาความดีในตัวผู้อื่น ถือเป็นการเพิ่มคุณค่าให้แก่ตัวเรา​เอง”

การจับดีช่วยให้เราแผ่พลังงานบวกไปถึงคนรอบข้าง ผู้ที่ฝึกจับดีจนเป็นนิสัย ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างก็จะเป็นบวก (เพราะทุกคนต่างก็ชอบอยู่ใกล้คนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ) ตัวอย่างเช่น เราชื่นชมที่เพื่อนพูดจาไพเราะ ฟังแล้วละลื่นหู จึงเป็นเหตุให้เราอยากเป็นคนแบบนั้นบ้าง ทำให้เราฝึกพูดดีกับทุกคน

นอกจากนี้ การฝึกจับดียังช่วยให้เรามีมุมมองที่กว้างขึ้น ไม่หดหู่อยู่กับอะไรแย่ ๆ ลบ ๆ อยู่ด้านเดียว ทำให้เราเห็นถึงด้านดีของสิ่งหรือสถานการณ์รอบตัว ต่อให้ต้องเจออุปสรรคที่สาหัสขนาดไหน หากเรายังมีใจที่เป็นบวก ก็ย่อมเจอทางออกเสมอ

ไม่ยาก ถ้าอยาก “จับดี”

  1. เขียนเรื่องราวความดีของผู้อื่นที่เจอมา หรือแม้กระทั่งของตัวเองลงบันทึกประจำวัน อาจจะ Tweet หรือ Share บนเฟซบุ๊กก็ได้ ตัวอย่างเช่น “วันนี้ทำเงินหล่น แล้วมีคนเก็บให้ ดีจังที่เขาไม่ขโมยไป” พอผ่านกระบวนการจำและการคิด การเขียนทำให้เราได้ตกตะกอนมุมมองต่อชีวิต และทำให้ “Appreciate” กับสังคมมากขึ้น จึงเกิดความรู้สึกหดหู่น้อยลง
  2. กล่าวชมคนหรือสิ่งเหล่านั้นต่อหน้า ทำให้เขามีกำลังใจที่จะทำความดีต่อไป
  3. เลิกนิสัยการเป็นคนช่างติเตียนคนอื่น ไม่มีใครที่ทำถูกใจเรา 100% บางอย่างที่เขาทำไม่ดีก็ต้องเตือน แต่บางอย่างที่เขาทำดีแล้วก็ต้องชื่นชม ดังเช่นข้อ 2

ไม่มีใครที่เกิดมาสมบูรณ์แบบ เพราะทุกคนเป็นมนุษย์ และการเป็นมนุษย์ย่อมหมายความว่าเรามีสิ่งที่ผิดพลาดกันได้ การคิดลบกับคนอื่นมากไป จะส่งผลให้ตัวเรานั้นเสียสุขภาพจิตเองเปล่า ๆ --สังคมที่สงบสุข และการทำดีต่อกันและกัน ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากความคิดดีต่อผู้อื่น ไม่มุ่งร้าย รู้จักให้อภัย นั้นดังมาฝึกคิดบวก ด้วยการจับดีคนรอบข้างกันเถอะค่ะ เราแก้ที่คนอื่นไม่ได้ แต่เราสามารถเรียนรู้ที่จะฝึกใจเราได้ :)

By: Nisit Gen
แชร์บทความนี้