ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ การวางแผนออมเงินไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับเด็กนักเรียน นักศึกษา หรือเด็กจบใหม่อีกต่อไป นอกจากการออมเงินจะเป็นการช่วยคุณพ่อคุณแม่ ในการออกค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเราแล้ว ทั้งนี้ ก็เพื่อนำเงินที่ออมไปใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ซึ่งการออมไม่ได้มีแค่ ‘ฝากบัญชีออมทรัพย์’ เสมอไป ถ้าออมถูกวิธี รู้จักทางเลือกที่เหมาะสมกับรายรับตัวเอง การออมเงินก็ยิ่งส่งผลประสิทธิภาพมากขึ้น วิธีที่ Nisit Gen ขอเสนอก็คือ..

1. หยอดกระปุก

วิธีที่ง่ายและทำได้เร็วที่สุดคือการหยอดเงินลงกระปุกออมสินนั่นเอง อย่างแรกต้องเป้าหมายว่าภายในปีนี้เราต้องเก็บเงินให้ได้เท่าไหร่ จากนั้นก็นำเงินมาหยอดในแต่ละวัน เช่นวันละ 20 บาทบ้าง 50 บาทบ้าง --จำนวนเงินที่คนฮิตกันมากที่สุดคือสะสมธนบัตร 50 บาทนี่แหละ เพราะถึงสิ้นปีแล้ว เราจะมีเงินสะสมถึงหมื่นแปดพันกว่าบาทเลยทีเดียว เท่านี้ก็ได้เงินค่าตั๋วไป-กลับญี่ปุ่น รวมค่าที่พักแล้ว ! หรือหากธนบัตร 50 บาทนั้นได้มายากในแต่ละวัน อาจเปลี่ยนมาตั้งเป้าหมายเป็น วันนี้จะใช้เงิน 200 บาท เหลือเท่าไหร่ก็นำมาหยอดกระปุก ได้เช่นเดียวกัน

2. ซื้อสลาก

สลากถือเป็นตราสารหนี้ประเภทหนึ่ง ซึ่งไม่นับว่าเป็นการฝากเงินไว้กับธนาคาร แต่การซื้อสลากถือเป็นการลงทุน ที่มีความเสี่ยงน้อยมาก เงินต้นไม่สูญ ได้รับดอกเบี้ย และลุ้นผลสลาก สรุปคือวิธีนี้คล้ายกับการฝากประจำ เพียงแต่เรามีสิทธิ์ถูกรางวัล (ได้เงินเพิ่ม) จากการซื้อสลากอีกด้วย พอครบอายุสลาก ก็สามารถถอนเงินก้อนที่เราลงทุนไปมาใช้ต่อได้

ตอนนี้มีสามธนาคารที่เปิดให้ซื้อสลาก นั่นคือสลากออมสิน สลากธกส. และสลากธอส. 

ดูรายละเอียดได้ที่

3. ฝากประจำ

การฝากประจำ คือการฝากเงินในจำนวนเท่ากันทุกเดือน ในระยะเวลาที่กำหนด และไม่สามารถถอนออกก่อนกำหนดเวลาได้ ระยะเวลาของการฝากประจำ มีทั้งแบบระยะสั้น 3 เดือน - 1 ปี และแบบระยะยาว 2-3 ปี การฝากประจำบางประเภทครอบคลุมการปลอดภาษี คือไม่โดนหักภาษีดอกเบี้ย บางธนาคารให้อัตราดอกเบี้ยถึง 2.6% ต่อปี การฝากประจำเป็นวิธีที่ผู้ฝากต้องมีวินัยในการออมเงิน เนื่องจากต้องนำเงินเข้าบัญชีทุกเดือน ซึ่งวิธีนี้ก็คุ้มค่าและให้ผลตอบแทนสูง เนื่องจากได้ดอกเบี้ยเยอะกว่าการฝากแบบออมทรัพย์ แถมเป็นการกันให้เงินไม่ไหลออกจากบัญชีอีกด้วย

4. สมัครกองทุน

เป็นการออมเงินทางอ้อมที่เหมาะกับวัยทำงาน เนื่องจากบางกองทุน ซื้อแล้วนำไปขอลดหย่อนภาษีได้ด้วย ทั้งนี้นักศึกษาวัยเรียนก็สามารถซื้อได้เช่นเดียวกัน เพราะเงินลงทุนขั้นต่ำของบางธนาคารนั่นเริ่มที่แค่ 500 บาท 

กองทุนนั้นมีหลายประเภท แต่กองทุนที่ทาง Nisit Gen ขอแนะนำในบทความนี้ให้ผู้อ่านได้รู้จัก ได้แก่ กองทุนรวมตลาดเงิน กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

  • กองทุนรวมตลาดเงิน - ให้ผลตอบแทนที่เป็นดอกเบี้ยจากบัญชีออมทรัพย์ มีความเสี่ยงต่ำที่สุด เหมาะกับการลงทุนระยะสั้น
  • กองทุนรวมตราสารหนี้ - ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยจากการลงทุนในเงินฝาก และตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ราคาและผลตอบแทนมีความผันผวนตามสภาวะตลาด ทำให้ผลกำไรหรือผลขาดทุนอาจต่างกันในแต่ละช่วงเวลา เหมาะกับผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงได้ปานกลางค่อนข้างต่ำ 
  • กองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF - สำหรับการลงทุนในกองทุนประเภทนี้ ผู้ลงทุนจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ประเภทบุคคลธรรมดา ตามที่ลงทุนจริงสูงสุดไม่เกิน 15% เหมาะกับผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงสูงได้ เนื่องจากการลงทุนในหุ้นต้องลงขั้นต่ำ 65% 
  • และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF - เป็นกองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมและเตรียมความพร้อมในวัยเกษียณ เนื่องจากเป็นการลงทุนระยะยาว ผู้ลงทุนจะได้รับได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ประเภทบุคคลธรรมดา ตามที่ลงทุนจริงสูงสุดไม่เกิน 15% สามารถลงทุนได้ทั้งตลาดเงิน ตราสารหนี้ หุ้นในและนอกประเทศ ฯลฯ ตามความพึงพอใจในระดับความเสี่ยงของผู้ลงทุน 

วิธีการซื้อก็แสนง่าย ขั้นแรก ลองเข้าไปทำแบบทดสอบว่าเราเหมาะกับการลงทุนประเภทใด ตามเว็บไซต์ธนาคารต่าง ๆ ขั้นต่อไป เมื่อรู้กองทุนที่เหมาะกับเราแล้ว ก็สามารถซื้อกองทุนผ่านแอพพลิเคชั่นธนาคารได้เลย

ทั้งนี้ ต้องพึงระลึกเสมอว่า การลงทุนนั้นมีความเสี่ยง ต้องศึกษาข้อมูลและดูความมั่นคงทางรายรับก่อนตัดสินใจลงทุน บางปีกองทุน A อาจจะได้กำไรถึง 8% แต่ปีหน้าอาจขาดทุน ดังนั้นต้องเลือกลงทุนให้เหมาะกับตัวเอง โดยเฉพาะการที่เรายังเป็นนักศึกษา หรือเพิ่งทำงานใหม่ ๆ ควรสมัครกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำไปก่อน แม้ผลตอบแทนอาจจะไม่เยอะก็ตาม

เริ่มออมเงินเร็วขึ้นเท่าไหร่ ก็ทำให้มีระยะเวลาในการออมเงินที่นานขึ้น ส่งผลให้ จำนวนเงินออมต่อเดือนนั้นน้อยลง หากน้อง ๆ เลือกออมเงินตามวิธีด้านบนแล้ว ต่อไปอย่าลืมสิ่งสำคัญที่สุดของการออม นั่นคือ การทำรายรับรายจ่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้พฤติกรรมการใช้เงินของตัวเอง ลดนิสัยฟุ่มเฟือย และรู้ตัวเลขเงินออมจริงในแต่ละเดือนค่ะ

By: Nisit Gen
แชร์บทความนี้