อยากเก่งภาษา...แต่จะให้ไปนั่งเรียนก็ไม่ใช่ทาง? 

มาฝึกภาษาด้วยวิธีง่ายๆตามธรรมชาติกันดีกว่า!

ในชีวิตประจำวันของวัยรุ่นอย่างเรา มีกิจกรรมมากมายที่สามารถเปลี่ยนเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ได้...เรื่องภาษาก็เช่นกัน เราสามารถฝึกภาษาให้เก่งขึ้นผ่านกิจกรรมต่างๆที่ทำกันเป็นกิจวัตรได้ จะมีวิธีไหนบ้างตามมาดูกันเลย! 

1. ดูซีรีส์ (ซับอิ้ง)

 "ไม่ไปไหน ไป Netflix" ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทรนด์ของบริการสตรีมมิ่งมาแรงมากในปัจจุบัน อยากดูหนังหรือซีรีส์เรื่องไหน ขอแค่มีโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตก็สามารถรับชมกันได้ง่ายๆ ซึ่งขอบอกเลยว่าซีรีส์นี่แหละ เป็นหนึ่งในแหล่งฝึกภาษาชั้นดีของวัยเราเลยทีเดียว!

ง่ายๆแค่เพียง 2 ข้อ...แล้ววันหนึ่งคุณอาจไม่ต้องใช้ซับไตเติ้ลอีกเลย

  1. ดูแบบ Soundtrack - แน่นอนว่าหากต้องการฝึกทักษะภาษาด้านการฟังแล้วล่ะก็..ดูแบบ Soundtrack ไปเลยจ้า นอกจากจะได้อรรถรสด้วยเสียงต้นฉบับของนักแสดงแล้ว ยังได้ฝึกทักษะการฟัง ซึ่งจะทำให้เราคุ้นเคยกับประโยคสนทนามากยิ่งขึ้น
  2. อย่าเปิดซับไทย - แม้ซับไทยจะทำให้เราอ่านเข้าใจมากกว่าซับภาษาอังกฤษ แต่บางครั้งเราอาจมัวใจจดใจจ่อกับการอ่านมากเกินไป จนลืมจับประโยคที่ตัวละครพูด..ดังนั้น การดู Soundtrack และเปิดซับภาษาอังกฤษควบคู่กันจะทำให้เราโฟกัสแค่เพียงภาษาเดียวทำให้สามารถจับประโยคได้ง่ายขึ้น (แนะนำว่าพยายามมองซับให้น้อยที่สุด แล้วเราจะฟังเก่งขึ้นเรื่อยๆ)

เทคนิคนี้อาจจะค่อยๆนำไปปรับใช้ เพราะบางซีรีส์อาจมีคำศัพท์เฉพาะซึ่งยังต้องพึ่งคำแปลภาษาไทยอยู่บ้าง แต่สำหรับซีรีส์อีกหลายๆเรื่องแม้เราจะแปลได้ไม่ 100% แต่บริบทและการเล่าเรื่องจะช่วยให้เราสามารถเดาได้ว่าประโยคที่ผ่านมาพูดถึงอะไร 

2. ฟังเพลง

 การฟังเพลงนั้นช่วยฝึกภาษาของเราได้... สำหรับใครที่ชื่นชอบการฟังเพลงสากล วันนี้ Nisit Gen จะมาแนะนำวิธีการฝึกภาษาด้วยเพลงกันครับ

  1. ฟังแล้วลองร้องตาม - หากสามารถร้องตามเพลงได้ แม้จะเพียงบางท่อน ถือว่าเราได้ฝึกสกิลการฟังและยังได้รู้สำเนียงการออกเสียงของคำนั้นๆ อีกด้วย
  2. ฟังไม่ทันก็เปิดเนื้อเพลง - เพลงบางเพลงอาจร้องเร็ว หรือใช้เสียงสูงเกินไปจนฟังไม่ออก แต่ไม่ต้องกลัว เพราะสมัยนี้แอพฯ Music Streaming หลายเจ้าสามารถเปิดดูเนื้อเพลงได้เลย หรือหากไม่มีก็ค้นใน Google เจอแน่นอนจ้าา~
  3. ทำความเข้าใจเนื้อเพลง - เพลงทุกเพลงล้วนมีความหมายซ่อนอยู่ ลองแปลเนื้อเพลงและทำความเข้าใจกับมัน นอกจากจะช่วยให้เราอินกับเพลงมากขึ้นแล้วยังช่วยเพิ่มคลังคำศัพท์ในหัวเราอีกด้วยนะ!

3. เลิกกดปุ่ม "Skip" ตอนเล่นเกม

บ่อยครั้งที่เวลาเล่นเกมหลายคนมักจะกดปุ่ม Skip ข้ามบทสนทนาหรือ Cutscenes ต่างๆ เพื่อกลับสู่โหมดการเล่นให้เร็วที่สุด...แต่รู้หรือไม่ว่าเกมบางเกมนั้นมีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจและสนุกไม่ต่างจากการนั่งดูซีรีส์เลยทีเดียว จะเห็นได้จากการที่เกมภาคต่อหลายๆเกม แม้แฟนๆจะไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ที่รองรับได้ในทุกภาคที่วางจำหน่าย แต่ก็ยังนั่งรับชมเหล่า Game Caster เล่นเกมจนจบ เพื่อติดตามเนื้อเรื่องต่อไปนั่นเอง

นอกจากการหยุดดูเนื้อเรื่องในเกมจะทำให้เราเข้าใจบทบาทของเกมมากขึ้นแล้ว ยังช่วยฝึกทักษะในการฟังและการอ่าน อีกทั้งยังช่วยให้เราคุ้นชินกับประโยคที่มักใช้กันในบทสนทนาอีกด้วยนะ

4. หาหนังสือเล่มโปรด

 "การอ่าน" เป็นทักษะที่สำคัญไม่แพ้ทักษะด้านอื่นๆ ซึ่งมีประโยชน์ทั้งในการทดสอบความรู้เพื่อนำผลคะแนนไปเรียนต่อ หรือแม้กระทั่งการทำเอกสารในการทำงาน

แต่! จะให้มาอ่านหนังสือคำศัพท์, ตำราเรียน หรือหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษมันก็คงจะดูจริงจัง และชวนง่วงเกินไปสำหรับวัยเรา

ดังนั้นหากมีหนังสือเล่มโปรดภาษาอังกฤษไม่ว่าจะเป็นหนังสือการ์ตูน, นิยาย, หรือหนังสือให้ความรู้ด้านต่างๆ หากเป็นเรื่องที่เราสนใจอยู่แล้ว แม้คำศัพท์จะยากไปบ้าง แต่เมื่อสนใจจริงก็ย่อมเป็นแรงกระตุ้นในการตั้งใจอ่านและทำความเข้าใจกับเนื้อหา ซึ่งส่งผลให้เราคุ้นชินกับคำศัพท์และแกรมม่าในการเขียนหนังสืออย่างแน่นอน

By: Nisit Gen
แชร์บทความนี้